<< กลับหน้าแรก


โรคผื่นกลีบกุหลาบสีแดง

          ตั้งชื่อเรื่องแบบนี้ฟังดูแล้วน่าจะเล่าถึงเรื่องนี้ในช่วงบรรยากาศวัน Valentine ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์โน่น แต่ที่เก็บมาเล่าตอนนี้เพราะโรคนี้พบได้บ่อยในช่วงเปิดภาค เรียน และในฤดูฝนเช่นนี้ครับ ที่เรียกว่าโรคผื่นกลีบกุหลาบนั้น ภาษาอังกฤษชื่อ 'Pityriasis rosea' แปลตามตัวก็ว่าผื่นกลีบกุหลาบนั่นแหละครับ เมื่อเร็ว ๆ นี้อาจารย์ผู้ปกครองโรงเรียนประจำชายที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งพานักเรียนหนุ่มน้อยวัย 16 ปี มาให้ตรวจ ด้วยเรื่องมีผื่นตามตัว อาจารย์เองก็ไม่แน่ใจว่าลูกศิษย์แอบหนีไปซุกซนที่ไหน จนติดโรคบางอย่างที่มีระยะ "ออกดอก" หรือไม่ ผมให้หนุ่มน้อยถอดเสื้อผ้าออกดูผื่นตามผิวหนัง เห็นผื่นออกสีชมพูเท่าปลายนิ้วก้อยกระจายทั่วร่างกาย เมื่อมองดูที่หลังพบว่า ผื่นแดงเล็กๆ นี้ ดูคล้ายลักษณะของต้นคริสต์มาส คือมีผื่นแดงเรียงเฉียงลงเป็นชั้น ๆ ลงมา โดยมีเส้นเฉียงเอียงบรรจบกันที่กลางหลัง

          ลักษณะแบบนี้ทำให้พอบอกอาจารย์ของหนุ่มน้อยได้ว่า สงสัยเป็นโรคผื่นกลีบกุหลาบ
          โรคกลีบกุหลาบจัดเป็นโรคที่พบบ่อย พบมากที่สุดในช่วงวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่
ตอนต้น แต่ก็พบได้ในเด็กเช่นกัน แต่ไม่ค่อยพบในเด็กต่ำกว่า 5 ขวบ โรคนี้จัดเป็น โรคไม่ร้ายแรงอะไร อาจมีอาการปวดหัว เหนื่อยอ่อน คออักเสบ และมีตุ่มน้ำเหลืองโตนำมาก่อนผื่นขึ้นแต่ไม่มีความผิดปกติของอวัยวะภายในหรือโรคแทรกซ้อนอย่างอื่นร่วม

          โรคกลีบกุหลาบนั้น จัดป็นโรคผิวหนังอีกอย่างหนึ่งที่ยังไม่ทราบสาเหตุชัดเจน แต่เชื่อว่าอาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัสบางตัว

 ภาพที่ 1 ผื่นแจ้งข่าว

          โดยทั่วไปประมาณร้อยละ 80-90 ก่อนที่จะเกิดผื่นเล็ก ๆ กระจายเต็มทั่วตัวนั้น มักจะมีผื่นขนาดโต เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2-5 ซม. นำมาก่อน ผื่นแรกที่เกิดขึ้นผื่น เดียวนี้เรียกกันว่าเป็น "ผื่นแจ้งข่าว ( herald patch )" ( ภาพที่ 1) คือแจ้งข่าวว่าอีกไม่ช้าไม่นาน คือประมาณ 5 -10 วัน จะมีผื่นเล็ก ๆ คล้ายกลีบกุหลาบขึ้นเต็มตัวตามมา

          ผื่นเล็กๆ ที่ขึ้นตามมานั้นมักขึ้นเป็นกลุ่ม ๆ กระจาย ทั่วตัว (ภาพที่ 2) แต่ไม่พบที่ใบหน้า หนังศีรษะ และ ปลายแขนปลายขา ผื่นนี้จะมีสักษณะเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.2-3 ซม. มีสีออกชมพู ลักษณะเป็นวงกลมรีคล้ายรูปไข่ ขอบผื่นมักเป็นขุยจางๆ ( ภาพที่ 3)

ภาพที่ 2 โรคกลีบกุหลาบตามลำตัว


  ภาพที่ 3 ลักษณะผื่นของโรคกลีบกุหลาบ

1  2  next >>