<< กลับหน้าแรก | กลับหน้าสารพันปัญหาผิวพรรณ


ยารักษาสิวทำให้ทารกในครรภ์พิการ
เห็นอาจารย์ให้สัมภาษณ์ข่าวภาคค่ำช่อง 3 เรื่องกินยารักษาสิวแล้วลูกในท้องพิการ เผอิญกำลังจะแต่งงานค่ะ จึงขอรายละเอียดเพิ่มเติมนะคะ

จรุงจิตต์ / กทม
ตอบ
     
      โดยทั่วไป คนไทยมองว่าสิวเป็นแค่ความสวยความงามแค่นั้นนะครับ เมื่อมีปัญหา จึงมัก หาซื้อยามาใช้เองหรือปรึกษาช่างเสริมสวย แต่แท้ที่จริงแล้ววงการแพทย์ทั้งของต่างประเทศและของไทยจัดว่าสิวเป็นโรคอย่างหนึ่ง ในสหรัฐอเมริกาพบว่าสิวเป็นโรคอันดับหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยมาพบแพทย์ผิวหนัง ซึ่งการเกิดสิวนั้นมีสาเหตุกระตุ้นได้หลายอย่าง และสิวมีหลายระดับความรุนแรง หากเป็นแค่สิวอุดตัน ก็อาจใช้แค่ยาทา หากเป็นสิวที่มีการติดเชื้อร่วมด้วย ก็ต้องวินิจฉัยโรคว่าเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียกรัมบวก, กรัมลบ หรือเชื้อยีสต์ ซึ่งจะตอบสนองต่อยาต่างชนิดกันครับ

     ยากลุ่มกรดวิตะมินเอ ( isotretinoin) ที่กำลังเป็นข่าวว่า มีดาราใช้ยาตัวนี้แล้วทำให้ทุกอย่างในตัวแฟบไปหมดแล้วตัวยาจะบีบมดลูกทำให้มดลูกพิการนั้น ยาตัวนี้เป็นยาควบคุมพิเศษต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์ผิวหนังเท่านั้นครับ เพราะมีข้อบ่งชี้ในการใช้ยาชัดเจน คือใช้เฉพาะในสิวที่รุนแรงคือสิวหัวช้าง , สิวที่ดื้อต่อการใช้ยาปฏิชีวนะ และสิวที่ทำให้เกิดแผลเป็นอย่างรุนแรงบนใบหน้า ทั้งนี้เพราะยาตัวนี้มีราคาแพงและมีข้อแทรกซ้อนสูง คือทำให้ริมฝีปากแห้ง ตาแห้ง ปวดหัว ปวดข้อ ไขมันในเลือดสูงและทารกในครรภ์พิการอย่างมาก คือทำให้หัวโต หรือหัวเล็กผิดปกติ ใบหน้าผิดปกติและนัยน์ตาผิดปกติ ปัญญาอ่อนและหัวใจผิดปกติ ผู้ป่วยที่ได้รับยาตัวนี้จึงต้องคุมกำเนิดอย่างน้อย 1 เดือนก่อนได้รับยา ไม่ตั้งครรภ์ระหว่างรับยา และต้องหยุดยาจนครบหนึ่งเดือน จึงจะตั้งครรภ์โดยปลอดภัย ต้องไม่นำยาไปแจกจ่ายให้ผู้อื่นโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และต้องไม่บริจาคเลือดระหว่างรับยา ส่วนที่มีผู้กล่าวว่ายาตัวนี้ทำให้เต้านมแฟบและมดลูกแห้งนั้นยังไม่มีรายงานมาก่อนว่า ยาตัวนี้มีผลแทรกซ้อนดังกล่าวจริงครับ

     ส่วนยารับประทานเตตตร้าไซคลิน ( tetracycline) ซึ่งเป็นยาทั่วไปที่ใช้รักษาสิวก็ไม่เหมาะที่จะใช้ในสตรีมีครรภ์ที่เป็นสิว ทั้งนี้เพราะยาตัวนี้มีผลเสียต่อตับของแม่ ทำให้ฟัน
น้ำนมของลูกมีสีเหลือง และมีความผิดปกติเกิดในลูกได้ ส่วนที่มีการโฆษณาการใช้ยาคุม
กำเนิดเพื่อรักษาสิวนั้นโดยส่วนตัวไม่เห็นด้วย ทั้งนี้เพราะยาตัวนี้เหมาะที่จะใช้เฉพาะในเพศหญิงที่มีสิวเห่อสัมพันธ์กับการมีประจำเดือน นอกจากนั้นการกินยาคุมกำเนิดยังก่อผลข้างเคียงได้มากมาย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน น้ำหนักเพิ่ม ประจำเดือนผิดปกติ ซึมเศร้า และเป็นฝ้า ห้ามใช้ยาคุมกำเนิดรักษาสิวใน ผู้ชาย ในเด็กผู้หญิงอายุต่ำกว่า 16 ปี ในสตรีมีครรภ์ ในสตรีสูงอายุที่มีประวัติสูบบุหรี่จัดและมีเส้นเลือดขอด

     ผมขอตั้งข้อสังเกตว่าในประเทศไทยนั้น สถานบริการบางแห่งที่ไม่มีแพทย์จะมีการโฆษณาว่ามีการรักษาโรคสิวได้ บางครั้งก็โฆษณาชวนเชื่อจนเกินความเป็นจริง โดยล่อลวงผู้บริโภคด้วยอุปกรณ์ที่แลดูทันสมัย นอกจากนั้นยังมีการสั่งสารเคมีมาทำยาปลอมที่เลียนแบบยากลุ่ม isotretinoin มาใช้โดยปราศจากการควบคุมของแพทย์ผิวหนังจึงเป็นที่น่าเป็นห่วงว่า ทารกไทยในอนาคต จะเสี่ยงต่อความเป็นเด็กพิการสูงมาก หวังว่าคุณจรุงจิตต์จะนำ ความรู้นี้มาใช้ระมัดระวังตัวในขณะตั้งครรภ์นะครับ

( ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร " เปรียว" 5 ก.ย. 2542 )