<< กลับหน้าแรก | กลับหน้าสารพันปัญหาผิวพรรณ


อยากทราบวิธีดูแลลูกที่เป็นผด?
ลูกชายเป็นผด อยากทราบวิธีดูแล ลูกชายอายุ 4 ขวบมักเป็นผดง่ายมากค่ะ อยากทราบวิธีดูแลรักษา
คุณแม่อยากรู้/กทม.
ตอบ

        ก่อนอื่นคงต้องขอเล่าให้ฟังว่าผดคืออะไรนะครับ ผดหรือภาษาอังกฤษเรียกว่า prickly heat หรือศัพท์แพทย์เรียกว่า miliaria นั้น เป็นการอุดตันชั่วคราวของรูเปิดของท่อต่อมเหงื่อที่บริเวณผิวหนัง ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่เกิดสถานการณ์ที่จะกระตุ้นให้เกิดการหลั่งเหงื่อขึ้น แทนที่เหงื่อจะไหลออกมาข้างนอก เหงื่อก็จะอุดตันอยู่ในท่อต่อมเหงื่อและอาจทำให้ผนังของท่อต่อมเหงื่อแตก จึงเกิดการอักเสบของผิวหนังบริเวณข้างเคียงตามมาครับ พบว่าทุกคนมีสิทธิ์เป็นผดได้ทั้งนั้น แต่มักพบผดในทารกและในเด็กอ่อนอายุ 2 - 3 สัปดาห์แรกคลอด เพราะท่อต่อมเหงื่อยังทำงานไม่ได้ดี อาจแบ่งผดได้เป็น 3 ชนิดนะครับ คือ ผดใส, ผดแดง และผดลึก ผดใสจะมีลักษณะเป็นตุ่มน้ำใสขนาดเล็ก เส้นผ่าศูนย์กลางเพียง 1 - 2 มม. มักไม่มีอาการคัน มักพบบริเวณซอกพับของร่างกายเช่นลำคอ และรักแร้นะครับ คุณแม่บางคนชอบจับลูกแต่งตัวตามแฟชั่นฝรั่ง เสื้อผ้าบางชิ้นหนาเกินไปสำหรับภูมิอากาศแบบบ้านเรา แบบนี้ก็ทำให้เกิดผดใสได้ครับ ผดใสนั้นเกิดจากการที่เหงื่อถูกอุดตันในผิวหนังชั้นบนสุดคือแถวชั้นขี้ไคลนั่นเองครับ ผดอีกชนิดเรียกว่าผดแดง เป็นผดที่พบเห็นกันได้บ่อยที่สุดครับ มักพบตามหน้าผาก อก หลังส่วนบน แขนด้านใน และตามซอกพับของร่างกาย พบได้บ่อยตามบริเวณที่ถูกเสื้อผ้าปกคลุม ลักษณะเป็นตุ่มแดงเล็ก ๆ เป็นหย่อม ๆ ผดแดงนี้มักมีอาการคันร่วมด้วยครับ ผดแดงเกิดจากการที่มีเหงื่อถูกอุดตันในท่อต่อมเหงื่อและตามผิวหนังข้าง ๆ ต่อมเหงื่อ ผดอีกชนิดหนึ่งเรียกว่าผดลึก เพราะเกิดจากการอุดตันของเหงื่อในผิวหนังส่วนลึก ทำให้แลดูเป็นตุ่มแข็งไม่ใช่ตุ่มใส ผดลึกมักไม่ค่อยมีอาการคันร่วมด้วย ลักษณะของผดลึกจะเห็นเป็นตุ่มสีขาวมีขนาด 1 - 3 มม. ผดลึกพบได้บ่อยตามลำตัว แต่ก็อาจพบได้ตามแขนขา

       สำหรับวิธีการดูแลรักษาผดที่คุณแม่อยากรู้อยากทราบนั้น หลักก็คือพยายามหลีกเลี่ยงอากาศที่ร้อนและชื้นนะครับ เพราะจะทำให้เหงื่อออกมาก และมีโอกาสเกิดผดได้ง่าย ทั้งยังไม่ควรสวมเสื้อผ้าที่หนาและรัดเกินไปให้แก่เด็ก เพราะยิ่งทำให้เหงื่อออกและเสียดสีผิวหนังทำให้เกิดผดมากขึ้น ถ้าอากาศร้อนอบอ้าวควรให้เด็กอยู่ในห้องปรับอากาศก็จะช่วยลดการเกิดผดได้มากครับ ไม่ควรให้เด็กออกวิ่งเล่นกลางแจ้งตอนแดดออกจัด ๆ เพราะจะทำให้เหงื่อออกมากและเกิดผดได้ง่าย นอกจากนั้นยังได้รับผลเสียต่าง ๆ จากแสงแดด พบว่าผลเสียสะสมของแสงแดดที่จะทำให้ผิวเหี่ยวแก่และเป็นมะเร็งของผิวหนังนั้น ร้อยละ 80 เด็กจะได้รับไปในช่วง 18 ปีแรกของชีวิต หากอากาศร้อนจัดมากควรอาบน้ำเด็กด้วยน้ำเย็นแล้วโรยตัวด้วยแป้งฝุ่น แต่ถ้าเป็นผดอยู่นานกว่า 1 สัปดาห์ หลังจากที่ดูแลลูกตามที่แนะนำไปแล้วนี่ หรือเด็กมีอาการคันอักเสบมาก ก็ควรพาไปพบแพทย์ผิวหนังหรือให้หมอเด็กดู เพื่อการตรวจรักษาที่เหมาะสมต่อไป

( ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร "เปรียว" 20 / 8 / 42)